ค้นหาบล็อกนี้

Translate

คุ้มค่าด้วยคุณค่า เติมสุขเสริมสุขภาพ ใช้ปรุงอาหาร หรือชงดื่มเพื่อสุขภาพ หอมชงปานะ

นวัตกรรมเครื่องปรุงครบรสเพื่อสุขภาพ ผลงานวิจัยดีเด่น ม.เกษตรฯ ผลิตจากหอมหัวใหญ่ เข้มข้น 3 เท่า ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดัน เบาหวาน หัวใจ สารก่อมะเร็ง ช่วยชะลอความชรา อีกทั้งช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ (อนุภาคหอมหัวใหญ่จะเกาะตัวกันตามธรรมชาติ โดยปราศจากสารเคมีป้องกันการเกาะตัว)

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อาหารบำบัดโรค เมนูวันนี้ คัดสรรที่คุณค่าด้วยโภชนาการที่เหมาะสม

Kuu Ne ได้รับการสนับสนุนจาก รพ.ราชวิถี โดยคุณลาวัลย์ หัวหน้าฝ่ายโภชนาการ เป็น รพ.นำร่อง ต้นแบบ อาหารสุขภาพ ผลิตอาหารให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์บริโภค ตามวิสัยทัศน์ อาหารดีมีคุณภาพ วิชาการเป็นเลิศ เกิดสุขในองค์กร ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้กับโภชนาการประจำโรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ สู่ภาคปฏิบัติจริง โดยมีผลิตภัณฑ์ คูเน่ ผงปรุงครบรสเพื่อสุขภาพ โซเดียมต่ำปลอดสารเคมีธรรมชาติ100% เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารด้วย  ขอขอบพระคุณทุกท่านมาก ณ โอกาสนี้

 

โภชนากรโรงพยาบาล สามารถสั่งซื้อ Kuu Ne / Kuu Chef ได้นะ อยู่ในทะเบียนบัญชีรายชื่อวัตถุดิบในการประกอบอาหารของ กรมการแพทย์ และสำนักการแพทย์แล้ว
ติดต่อได้ที่ คุณคมชาญ เอกเตชวุฒิ 0867917007 บริษัท ปกธนพัฒน์ จำกัด 
www.ptpfoods.com
www.facebook.com/kuunepage
Line id : OatEcho


Kuu Ne / Kuu Chef  ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก ภัตราคาร ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร
ซึ่ง The Mall Group ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ Gourmet Market - Home Fresh Mart
ในการปรุงอาหารสุขภาพ ให้ผู้บริโภคมีทางเลือกสุขภาพดี ด้วยแนวคิด 
ลูกค้าคุณ ลูกค้าเรา สร้างคุณค่าร่วมกัน ไปด้วยกัน  ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้







Kuu Ne / Kuu Chef  นวัตกรรมผงปรุงครบรสเพื่อสุขภาพโซเดียมต่ำปลอดสารเคมี ไม่มีเนื้อสัตว์
กุ๊ก เชฟ ภัตราคาร ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม โรงเรียน สำนักปฏิบัติธรรม สำนักสงฆ์ อุตสาหกรรมอาหาร สามารถสั่งซื้อ Kuu Ne / Kuu Chef ได้แล้วผ่านการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์อาหาร จากสถาบันอาหาร
ภายใต้มาตรฐาน GMP  ได้รับเครื่องหมายรับรอง อย. และ ฮาลาล

ติดต่อได้ที่ คุณคมชาญ เอกเตชวุฒิ 0867917007 บริษัท ปกธนพัฒน์ จำกัด 
www.ptpfoods.com
www.facebook.com/kuunepage
Line id : OatEcho
Line : @WFK7799W

ควรใส่ชุดใหม่ที่ซื้อมาทันที หรือควรจะซักก่อน? แพทย์โรคผิวหนังมีคำตอบ

รายงานจาก Wall Street Journal ระบุ 3 เหตุผลที่ควรซักชุดใหม่ก่อนใส่เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อผิวหนัง

Woman looking through clothes in shopping mall

ดร. Donald Belsito แพทย์ด้านผิวหนังที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัย Columbia อธิบายว่าทำไมเราจึงควรซักผ้าที่ซื้อมาใหม่ก่อนที่จะนำมาสวมใส่ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ข้อด้วยกัน
ข้อแรกคือ 'สารเคมี' หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ๆหมาดๆนั้น อาจเดินทางผ่านมาแล้วหลายประเทศ คืออาจจะทอขึ้นในประเทศหนึ่ง ย้อมในอีกประเทศหนึ่ง แล้วนำไปเย็บในอีกประเทศหนึ่ง ก่อนที่จะนำส่งขายทั่วโลก ซึ่งแต่ละประเทศนั้นก็มีกฏหมายเรื่องการใช้สารเคมีในการผลิตเสื้อผ้าแตกต่างกันไป ทั้งสีย้อมผ้า ยาฆ่าเชื้อและยากำจัดกลิ่นประเภทฟอร์มาลดีไฮน์ 
สารเคมีที่ตกค้างอยู่ในเสื้อผ้าและอาจทำให้เกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง ทำให้คัันหรือเป็นผื่นแดงตามผิวส่วนที่สัมผัสกับเนื้อผ้า รายงานของรัฐบาลสหรัฐฯชี้ว่าเสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่วางขายในอเมริกา มีระดับสารฟอร์มาลดีไฮน์สูงกว่าระดับที่กำหนดไว้มาก
ดร.Belsio บอกว่าสารเคมีในสีย้อมผ้านั้นส่วนใหญ่ไม่สามารถชำระออกได้จากการซักเพียงครั้งเดียว ดังนั้นคนที่แพ้ง่ายจึงควรซักเสื้อผ้าใหม่หลายครั้งก่อนนำมาใส่
ข้อที่สองคือ 'เชื้อโรคและแมลงที่ไม่ได้รับเชิญ' ดร.Belsio บอกว่าเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ อาจผ่านมือคนมากมาย ผ่านการลองสวมมาแล้วหลายครั้ง ทำให้ไม่อาจคาดเดาได้ว่ามีเชื้อโรคปะปนในชุดมากมายแค่ไหน นอกจากนี้ยังมีหลายกรณีที่มีผู้ติดเหาจากการลองชุดในรา้นเสื้อผ้ามาแล้ว
ข้อที่สามคือ 'ความอับชื้นและเชื้อรา' เนื่องจากประเทศผู้ผลิตเสื้อผ้าส่วนใหญ่อยู่ในเขตร้อนชื้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความชื้นปะปนใเสื้อผ้าที่บรรจุในลังหรือกล่องซึ่งเตรียวส่งออกไปประเทศต่างๆ นั่นเป็นที่มาของเชื้อราในเสื้อผ้า และถึงแม้โรงงานผู้ผลิตได้ใส่สารดูดความชื้นไปกับลังเสื้อผ้า ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเชื้อราจะหายไป
ที่สำคัญสารดูดความชื้นบางชนิดคือตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ตามผิวหนังอย่างรุนแรง
ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือต้องซักเสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่ทุกชิ้นทุกตัวก่อนสวมใส่ เพื่อล้างสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ออกไป
รายงานจาก Wall Street Journal / เรียบเรียงโดย ทรงพจน์ สุภาผล 
ที่มา : http://www.voathai.com/content/new-clothes-washing/2779020.html

งานวิจัยชี้บนเครื่องบินคือแหล่งสะสมเชื้อโรคมากมายหลายชนิด พร้อมแนะวิธีป้องกัน

รายงานชี้ว่ากระเป๋าเดินทางแต่ละใบสามารถสัมผัสกับแบคทีเรียได้มากถึง 80 ล้านตัวก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางใครเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ แล้วพบว่าตนเองมักป่วยเป็นหวัด คดจมูก น้ำมูกไหล นั่นอาจไม่ใช่เพราะอากาศที่เปลี่ยนไปในแต่ละประเทศ แต่อาจเกิดจากเชื้อโรคที่ปะปนในเครื่องบินที่โดยสารไป


รายงานของบริษัท Aquaint ผู้ผลิตแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค ระบุว่ายานพาหานะขนส่งมวลชนคือแหล่งรวบรวมเชื้อโรคมากมายหลายชนิด รวมทั้งตามเครื่องบินและสนามบินต่างๆ โดยแหล่งที่มาของแบคทีเรียหรือเชื้อโรคคือกระเป๋าเดินทาง
รายงานชี้ว่า กระเป๋าเดินทางแต่ละใบสามารถสัมผัสกับแบคทีเรียได้มากถึง 80 ล้านตัวก่อนจะถึงจุดหมายปลายทาง
รายงานการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งก่อนหน้านี้ของ Today Show ระบุเช่นกันว่า เชื้อโรคหลายชนิด เช่น ไวรัสไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ อี-คอไล หรือโรคติดต่อร้ายแรงอย่าง MRSA ต่างพบอยู่ตามสนามบินและบนเครื่องบินหลายลำ นอกจากนี้ ธนบัตรต่างๆจากหลายประเทศที่และเปลี่ยนตามสนามบิน ก็มีเชื้อโรคหลายล้านตัวปะปนอยู่เช่นกัน
รายงานของ Aquaint แนะนำ 4 วิธีในการป้องกันเชื้อโรคบนเครื่องบิน
วิธีแรกคือให้พยายามทำความสะอาดสิ่งของทุกชิ้นที่ใช้บนเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นถาดอาหาร ที่วางแขน หรือเข็มขัดนิรภัย รวมทั้งทำความสะอาดมือของตนเองบ่อยๆ
วีธีที่สอง ให้นำหมอนหรือผ้าห่มขึ้นเครื่องไปด้วย เนื่องจากหมอนและผ้าห่มบนเครื่องบินไม่ได้ซักกันบ่อยๆ จึงผ่านผู้โดยสารมาหลายคนก่อนมาถึงคุณ
วิธีที่สาม พยายามอย่าเดินไปไหนมาไหนบนเครื่องบินด้วยเท้าเปล่า เพราะพรมและพื้นเครื่องบินนั้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก
วิธีที่สี่ พยายามดื่มน้ำบ่อยๆอย่าให้ขาดน้ำจนปากแห้ง ผิวแห้ง เพราะรายงานของ Mayo Clinic บอกไว้ว่าอาการขาดน้ำนั้นทำให้ร่างกายเรารับเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ใช้สเปรย์ฉีดจมูกบ่อยๆ เพื่อให้โพรงจมูกและลำคอมีของเหลวหล่อลื่นอยู่เสมอ ช่วยป้องกันแบคทีเรียได้อีกทางหนึ่ง
ที่มา : http://www.voathai.com/content/germs-on-plane/2788620.html

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

งานประชุมวิชาการนักกำหนดอาหาร 27 - 28 เมษายน 2558

อาหารบำบัดโรค เมนูวันนี้ คัดสรรที่คุณค่าด้วยโภชนาการที่เหมาะสม


งานประชุมวิชาการนักกำหนดอาหาร 27 - 28 เมษายน 2558 โภชนากรประจำโรงพยาบาลทั่วประเทศเข้าร่วม จัดโดย ผศ.ดร. ชนิดา ปโชติการ นายกสมาคม ซึ่งคุณพัชรวีร์ ทันละกิจ เลขานุการเป็นประสานงาน ให้การสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์ Kuu Ne คูเน่ นวัตกรรมผงปรุงครบรสเพื่อสุขภาพโซเดียมต่ำปลอดสารเคมีธรรมชาติ100% แทนผงชูรสและน้ำสต๊อก(น้ำซุป) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารประจำครัวโรงพยาบาล 
บริษัท ปกธนพัฒน์ จำกัด ขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้
Line id : OatEcho
Line@WFK7799W
คมชาญ 0867917007

     
Kuu Ne ได้รับการสนับสนุนจาก รพ.ราชวิถี โดยคุณลาวัลย์ หัวหน้าฝ่ายโภชนาการ เป็น รพ.นำร่อง ต้นแบบ อาหารสุขภาพ ผลิตอาหารให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์บริโภค ตามวิสัยทัศน์ อาหารดีมีคุณภาพ วิชาการเป็นเลิศ เกิดสุขในองค์กร ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้กับโภชนาการประจำโรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ สู่ภาคปฏิบัติจริง โดยมีผลิตภัณฑ์ คูเน่ ผงปรุงครบรสเพื่อสุขภาพ โซเดียมต่ำปลอดสารเคมีธรรมชาติ100% เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารด้วย  ขอขอบพระคุณทุกท่านมาก ณ โอกาสนี้

 

โภชนากรโรงพยาบาล สามารถสั่งซื้อ Kuu Ne / Kuu Chef ได้นะ อยู่ในทะเบียนบัญชีรายชื่อวัตถุดิบในการประกอบอาหารของ กรมการแพทย์ และสำนักการแพทย์แล้ว
ติดต่อได้ที่ คุณคมชาญ เอกเตชวุฒิ 0867917007 บริษัท ปกธนพัฒน์ จำกัด 
www.ptpfoods.com
www.facebook.com/kuunepage
Line id : OatEcho


วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

นักพัฒนาพันธุ์พืชในสหรัฐกำลังปรับปรุงให้ผักมีรสชาดดีขึ้นและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น

นักพัฒนาพันธุ์พืชในสหรัฐกำลังปรับปรุงให้ผักมีรสชาดดีขึ้นและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น


ผู้บริโภคในสหรัฐต่างได้รับประโยชน์ด้านความสะดวกและราคาที่ถูกลงจากบรรดาร้านขายของชำระดับนานาชาติที่แข่งกันเปิดบริการและการนำเข้าผักผลไม้หลากหลายชนิดทำให้มีวางขายเกือบตลอดทั้งปี แต่ก็มีข้อด้อยเช่นกัน นั่นก็คือผลไม้อาจยังดิบอยู่หรือขาดรสชาด 
 
คุณ Mace เป็นกุ๊กประจำร้านอาหารที่มีระดับใรรัฐโอเรกอน เขาบอกว่าลูกค้าทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ล้วนแต่อยากรับประทานผักที่มีรสชาดดี และเป็นรสชาดตามธรรมชาติ  
คุณ Mace บอกว่าในช่วงเดือนนี้ ลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านจะเริ่มสังเกตุเห็นว่า ทางร้านเริ่มปรับประเภทของผักที่ใช้ปรุงอาหารจากผักฤดูหนาวเป็นผักในฤดูใบไม้ผลิ และในระยะยาว เขาหวังว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็มีการพัฒนาให้ผักมีรสชาดดีกว่าเดิม โดยเฉพาะมะเขือยาว อยากให้มีการพัฒนามะเขือยาวให้มีเปลือกที่บางลง นิ่มน่ากินมากขึ้นแทนที่จะมีเปลือกที่หนาและเหนียว

คุณ Mace เป็นกุ๊กคนหนึ่งที่เข้าร่วมในโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาผักให้มีรสชาดดีขึ้น (the Culinary Breeding Network) ที่ตั้งขึ้นโดยมหาวิทยาลัย Oregon State University โครงการนี้ระดมความคิดจากผู้พัฒนาพันธุ์พืช ชาวนา กุ๊กและผู้พัฒนาเมล็ดพืชจากทั่วสหรัฐเพื่อหาทางพัฒนาผักชนิดต่างๆ ให้มีรสชาดดีขึ้นและให้วิตามินมากขึ้น
คุณ Jim Myers ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพันธุ์พืชที่มหาวิทยาลัยกล่าวว่าโครงการนี้ไม่ใช้วิธีการทางพันธุวิศวกรรมแต่อย่างใด แต่ใช้วิธีปรับปรุงพันธุ์ผักด้วยวิธีการผสมพันธุ์แบบดั้งเดิมและทางทีมงานมีพันธุ์พืชหลากหลายมากให้เลือกพัฒนา

เจ้าหน้าที่พัฒนาพันธุ์พืชในห้องแลปของคุณ Myers ทำการผสมเกสรของพืชข้ามสายพันธุ์กันเพื่อให้ได้ลักษณะเด่นตามต้องการ ในเรือนเพาะชำ บรรดานักวิจัยทำการผสมเกสรข้ามสายพันธุ์ผักบล็อคโคลี่และถั่ว pole beans สำหรับพืชบางชนิดในเรือนเพาะชำ นักวิจัยต้องพันเทปปิดช่อดอกเอาไว้หลังทำการผสมเกสรข้ามสายพันธุ์เพื่อป้องกันไม่ให้มีละอองเกสรของสายพันธุ์อื่นๆ ที่ไม่ต้องการเข้าไปปะปนในช่อดอกและทำการติดป้ายระบุรายละเอียดของสายพันธุ์ต่างๆ ของผักบล็อกโคลี่ที่นำไปผสมกัน
จุดประสงค์หลักของโครงการนี้คือมุ่งเลือกเอาพันธุ์ผักที่ออกมาดีที่สุดไปปลูกเพื่อการค้า
ทางมหาวิทยาลัย Oregon State University ได้นำมะเขือเทศพันธุ์ใหม่หลายพันธุ์ออกมาวางตลาดแล้วที่ผลมะเขือเทศมีสีม่วงเข้มและมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าเดิม คุณ Myers กล่าวว่าทางโครงการเตรียมที่จะนำพริกหยวกฮาบาเนโร่ (habanero) ที่เผ็ดน้อยออกวางตลาดเป็นตัวต่อไป และเมื่อเร็วๆ นี้ คุณ Myers และทีมนักวิจัยได้ทำการทดลองชิมพริกฮาบาเนโร่ดองหลากหลายสีที่พวกเขาเพาะพันธุ์ขึ้นมาเองในเรือนเพาะชำ 
คุณ Phil Simon นักพัฒนาพันธุ์ผักประจำหน่วยงานวิจัยทางการเกษตรของรัฐบาลสหรัฐที่รัฐวิสคอนซิน เขาทำการพัฒนาพันธุ์แครอทให้ดีขึ้นมานาน 35 ปีแล้ว เขากล่าวว่าผู้บริโภคท้องถิ่นที่ต้องการผักที่มีคุณภาพหันมาซื้อผักที่ปลูกในท้องถิ่นกันมากขึ้นส่งผลให้ชาวนาในท้องถิ่นเริ่มเสาะหาพันธุ์พืชและผักที่หลากหลายมากขึ้นมาปลูกเพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคเหล่านี้ 
ที่มา : http://www.voathai.com/content/breeding-better-veggies-tk/2747219.html

ยาต้านฮิสตามีนแก้อาการแพ้ใช้บำบัดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้ผลและราคาถูก

ยาต้านฮิสตามีนแก้อาการแพ้ใช้บำบัดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้ผลและราคาถูก

ทีมนักวิจัยอเมริกันค้นพบว่ายาต้านฮิสตามีนสามารถบำบัดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้ผลดี

Pills for Hepatitis C treatment

ยาคลอร์ไซคลิซีน (Chlorcyclizine HCL) เป็นยาต้านฮิสตามีนที่คิดค้นขึ้นราว 50 ปีที่แล้ว เพื่อใช้บำบัดอาการแพ้ 
แต่ทีมนักวิจัยที่ U.S. National Institute of Health แห่งสหรัฐได้ค้นพบว่ายาแก้แพ้ชนิดนี้และยาที่จัดอยู่ในประเภทเดียวกันอาจจะมีประสิทธิภาพในการบำบัดการติดเชื้อไวรัสตับอับเสบชนิดซีได้ผลดี
ยาคลอร์ไซคลิซีนและยาในกลุ่มเดียวกัน บำบัดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้ด้วยการบล็อกเชื้อไวรัสไม่ให้เข้าไปก่อให้เกิดการติดเชื้อในเซลล์ 
คุณ Jake Liang ผู้อำนวยการฝ่ายโรคตับที่สถาบันโรคเบาหวาน โรคในระบบย่อยอาหารและโรคไตแห่งชาติ (NIH’s National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับกรุงวอชิงตัน กล่าวว่าในช่วงของการติดเชื้อ เชื้อไวรัสตับอักเสบซีจะแพร่เข้าไปในเซลล์ตัวใหม่ๆ ตลอดเวลา ทีมนักวิจัยคิดว่าหากป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าไปติดเชื้อในเซลล์ตัวใหม่ๆ หรือทำลายขั้นตอนการติดเชื้อได้สำเร็จ เซลล์ที่ติดเชื้อแล้วจะตายลงและไม่แพร่เชื้อต่อแก่เซลล์ข้างเคียง 
เชื้อไวรัสตับอักเสบซี ติดต่อทางเพศสัมพันธ์และติดต่อผ่านทางเลือดที่ติดเชื้อ และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอาจจะเป็นสาเหตุของอาการตับล้มเหลว มะเร็งตับและอาการตับแข็ง มีคนหลายล้านคนทั่วโลกที่เป็นพาหะของโรคนี้และเจ็บป่วยจากการติดเชื้อโรคนี้
คุณ Liang เน้นว่าปัจจุบันมีการบำบัดที่มีประสิทธิภาพหลายวิธีด้วยกัน แต่ยาต่างๆ ที่ใช้ในการรักษามีราคาแพงมาก มีอาการข้างเคียงของยาและเชื้อโรคเริ่มต่อต้านยาที่ใช้รักษา นอกจากนี้ยาบำบัดเหล่านี้ยังใช้ได้กับเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสายพันธุ์ HP เท่านั้น นี่ทำให้มีความจำเป็นอย่างมากในการพัฒนาวิธีบำบัดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
ค่าบำบัดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่ใช้ในปัจจุบันอยู่ที่ราว 84,000 ดอลล่าร์สหรัฐสำหรับการบำบัดที่นาน 12 สัปดาห์ ซึ่งแพงมากเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาคลอร์ไซคลิซีนที่ราคาเพียงเม็ดละ 50 เซ็นท์สหรัฐฯหรือราว 15 บาทเท่านั้น
ในขั้นต่อไป ทีมนักวิจัยวางแผนที่จะกำหนดให้ได้ว่าจะต้องใช้ยา คลอร์ไซคลิซีนในปริมาณเท่าใดในการบำบัดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี 
ผลการวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Science Translational Medicine
ที่มา : http://www.voathai.com/content/hepatitis-antihistamine-treatment-tk/2744190.html

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

อ้วนอันตราย ลดด้วย 3 อ. ทางเลือกทางรอดของชีวิตที่ยืนยาว ด้วยโภชนาการ

อ้วนอันตราย ลดด้วย 3 อ.

  อ.สง่า ดามาพงษ์ R.S., MCN.
นวักวิชาการสาธารณสุขเชียวชาญ (ด้านโภชนาการ) กรมอนามัย
ผู้จัดการแผนอาหาร สสส.
อุปนายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข


คนต้นแบบ 3 อ. ต่อไปนีี้ ลดอ้วนลดพุงได้เพราะ.................

หัวใจเต็มร้อยตระหนักรูู้ว่าอ้วนอันตรายรูู้ว่าอ้วนเกิดจากตัวเองไม่มีใครจะช่วยลดน้ำหนักได้ดีเท่าตัวเอง

คนอ้วนเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงเป็น 2.9 เท่าของคนปกติเบาหว่าน 4 เท่าของคนปกติสมองเสื่อมเพิ่มเป็น 36%ไขมัน Cholesterol, LDL & Triglyceride สูงหยุดหายใจขณะหลับ Sleep apnoea 10%เข่า ข้อ เสื่อม โรคแทรกซ้อนหัวใจหลอดเลือดเสี่ยงเสียชีวิตสูงสุด

รู้อย่างไรว่าอ้วนลงพุง
ผู้หญิงรอบเอวเกิน 80 cm. (32")
ผู้ชายรอบเอวเกิน 90 cm. (36")
ความดันโลหิต > 130 / 85 มม.
น้ำตาลในเลือด > 100 มก./ดล.
ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ > 150 มก./ดล.
ชาย HDL < 40   หญิง HDL < 50

ภารกิจ พิชิตอ้วน พิชิตพุง 3 อ.อ.1  อาหารอ.2  ออกกำลังกายอ.3  อารมณ์

และภาระกิจ 3 ม.ม.1  ไม่กินข้าวแห้งมากม.2  ไม่กินหวาน มันมากม.3  ไม่กินจุบจิบ และไม่ดื่มน้ำอัดลม



เน้นกิน ต้ม ย่าง ยำ นึ่ง ผักและผลไม้  จะสำเร็จได้ด้วยจิตที่เข้มแข็ง หยุดข้ออ้างเข้าข้างตัวเอง
มีความหวังกำลังใจ อดทนมุ่งมั่น เคร่งครัด และที่สำคัญควบคุมอารมณ์ให้ได้ คืนชีวิตใหม่ 
สุขสดใส ให้ตัวเองซึ่งใช้เวลาพอสมควรอย่าท้อ สำหรับคนที่ค่อนข้างอ้วนจะใช้เวลา 8 เดือนขึ้นไป คนที่อ้วนมากใช้เวลาเป็นปี และคนที่เป็นโรคอ้วนใช้เวลากว่า 2 ปี (แนะนำให้ปรึกษาแพทย์) จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีปณิธานมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าทีเดียว  จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่กระบวนการย่อยอาหารถึงการเผาผลาญ กระทั่งไร้พุงในที่สุด  www.person.ku.ac.th/training/training/2556/.../PP3.pdf

หากว่าต้องการตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักภายใต้ภารกิจ 3 อ. และ 3 ม. ขอแนะนำผลิตภัณฑ์
เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก ลดไขมัน ควบคุมระดับน้ำตาล เร่งการเผาผลาญ Kuu Ne F&F       คูเน่ เอฟแอนด์เอฟ  ผลิตจากพืชธรรมชาติ ปลอดสารเคมี อุดมด้วยแร่ธาตุวิตามิน 8 ชนิด ผลงานค้นคว้าพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร คณะอุตสาหกรรมอาหาร ม.เกษตรศาสตร์ ในการเสริมอาหารควบคู่ไปด้วย มีส่วนช่วยให้ไปสู่เป้าหมายของการลดพุงได้เร็วขึ้น ที่สำคัญต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและมีสติยับยั้งไม่ตามใจตัวเอง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน
Kuu Ne F&F  คูเน่ เอฟแอนด์เอฟ

http://www.ptpfoods.com/2014/10/kuu-ne-f.html


#คูเน่เอฟแอนด์เอฟ #ฟิตแอนด์เฟิร์ม #KuuNeF&F #KuuNeFit&Firm #เอฟแอนด์เอฟ #F&F #ควบคุมน้ำหนัก 
#ลดไขมัน #ควบคุมระดับน้ำตาล #เร่งการเผาผลาญ #แร่ธาตุและวิตามิน 




วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

หน้าร้อนไปเที่ยวไหนดี กับ 10 สถานที่เที่ยว สุดชิลใกล้กรุงเทพฯ

หน้าร้อนไปเที่ยวไหนดี กับ 10 สถานที่เที่ยว

สุดชิลใกล้กรุงเทพฯ

การชมบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ที่จะช่วยเติมพลังในช่วงวันหยุดของคุณให้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ หลายคนที่เริ่มวางแผนท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปีว่าในช่วงหน้าร้อนนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี จึงจะช่วยบรรเทาความร้อนและผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดได้บ้าง แต่ถ้าจะไปเที่ยวไกล ๆ ในช่วงที่มีวันหยุดน้อยก็คงเป็นไปไม่ได้ เราขอแนะนำ 10 สถานที่เที่ยวหน้าร้อนใกล้กรุงเทพฯ  ไว้เป็นตัวเลือกเที่ยวหน้าร้อนนี้กัน
 ถ้ำเวฬุวัน วัดวังคัน จ.สุพรรณบุรี

 
ภาพจาก suphan.biz
          ใครที่ชอบไหว้พระทำบุญและอยากชมความงามของธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน แต่มีเวลาจำกัด เราขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ใน จ.สุพรรณบุรี ได้แก่ ถ้ำเวฬุวัน ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดวังคัน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเปิดทำการเวลา 06.00 - 17.00 น. ตั้งอยู่ห่างจาก อ.ด่านช้าง ประมาณ 14 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางหลวงหมายเลข 333 กิโลเมตร ที่ 77 ห่างจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติพุเตยประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อไปถึงวัดวังคันนักท่องเที่ยวจะพบกับบันไดคอนกรีต จำนวน 61 ขั้น ที่ทอดยาวเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ไปจนถึงปากถ้ำที่มีขนาดใหญ่ปานกลาง ส่วนภายในถ้ำนั้นมีไฟฟ้าส่องสว่างพอให้นักท่องเที่ยวเห็นสภาพภายในถ้ำที่มีหินงอกและหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปจำลองปางป่าเลไลยก์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สักการบูชา ส่วนในบริเวณวัดทาง อ.ด่านช้าง ได้จัดทำเป็นสวนไผ่เทิดพระเกียรติ ประกอบด้วยพันธุ์ไผ่ต่าง ๆ ที่ปลูกไว้กว่า 10 ชนิด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษากันอีกด้วย


 ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา

ภาพจาก pfm4.com
ถ้าอยากชมบรรยากาศวิถีชาวบ้านของชาวไทย 4 ภาค ต้องไม่พลาด  ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา ซึ่งตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท อยู่ห่างจากพัทยาใต้ไปทางสัตหีบ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร (ฝั่งซ้ายมือ) ตรงข้ามกับจูราสสิก การ์เด้น ก่อนถึงป้ายสุดเขตเมืองพัทยา ซึ่งเปิดทำการเวลา 09.00-19.00 น.

           ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางศิลปวัฒนธรรมไทยกลางใจเมืองพัทยา  ซึ่งจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทยที่เรียบง่าย ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ นอกจากจะเดินเที่ยวชมสถานที่แล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งเรือพายชมทัศนียภาพของ 2 ฝั่งน้ำ เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านอีกด้วย สำหรับใครที่ชอบถ่ายรูป ที่นี่มีเรือนไทยไม้สักงาม ๆ จากภาคต่าง ๆ ไว้ให้เก็บภาพความประทับใจกัน และชาวบ้านยังนำอาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในราคามิตรภาพในร่วมชิมร่วมช้อปกันอย่างจุใจ สำหรับสินค้าทั้ง 4 ภาคนี้ จะแตกต่างกันไปตามวิถีชีวิตของแต่ละภาค โดยภาคเหนือจะเป็นสินค้าไม้แกะสลัก เครื่องเงิน ผ้าพื้นเมือง ผ้าไหม และร่มกระดาษ ส่วนสินค้าภาคกลาง จะเป็นเฟอร์นิเจอร์หวาย เครื่องประดับ และกระเป๋าสาน ภาคอีสานมีสินค้าเด่น คือ ผ้าไหมหมัดหมี่ ผ้าไหมแพรวา เทียนหอม หมอนอิง ปิดท้ายด้วยสินค้าภาคใต้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผ้าบาติก เรือไม้จำลอง เป็นต้น



 รฤก หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 
ภาพจาก เฟซบุ๊ก RarukHuaHin
ใครที่เดินทางผ่านหัวหินแต่เบื่อการเที่ยวทะเล วันนี้เราขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ รฤก หัวหิน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่กลางมุมเมือง ซึ่งเต็มไปมุมถ่ายภาพเก๋ ๆ ร้านอร่อยหลายสิบร้าน และร้านขายของที่ระลึกแฮนด์เมด โดย รฤก หัวหิน ตั้งอยู่บนถนนแนบเคหาสน์ ปากซอยหัวหิน 51 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดทำการเวลา 10.00-21.00 น.                                                                            
           รฤก หัวหิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีบ้านไม้เก่าที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ตั้งอยู่กลางพื้นที่ ด้วยความที่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นคนหัวหิน อยากอนุรักษ์บ้านไม้เก่าไว้จึงทำการปรับปรุงซ่อมแซมและต่อเติมบ้านไม้หลังนี้ใหม่ ก่อนทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยมีการจัดแสดงภาพของหัวหินสมัยเก่าที่หาดูได้ยากให้นักท่องเที่ยงได้ชมวิถีชีวิตของคนหัวหินในสมัยก่อน นอกจากนี้ รฤก หัวหิน ยังเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่มที่ทั้งอร่อย สะอาด ราคาย่อมเยา มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย รวมถึงการแสดงดนตรีสดอีกด้วย


 พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ช้างดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์ จ.นครราชสีมา
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Korat FosFest
 หากใครสนใจทางด้านโบราณคดีต้องไม่พลาดการเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ช้างดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์ หมู่ที่ 7 บ้านโกรกเดือน 5 ถนนมิตรภาพ-หนองปลิง ต.สุรนารี จ.นครราชสีมา เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 (นครราชสีมา-ปักธงชัย) ก่อนมุ่งหน้าไปยังถนนสายเลี่ยงเมืองสายมิตรภาพ-หนองปลิง

           พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ช้างดึกดำบรรพ์ และไดโนเสาร์แห่งนี้ ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมโบราณวัตถุแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งใน 7 แห่งของโลก ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงพรรณไม้ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 800,000-320,000,000 ปี นอกจากนี้ ยังมีสวนไม้กลายเป็นหินที่จำลองภูมิประเทศของภาคอีสานบริเวณลุ่มน้ำมูล-ลุ่มแม่น้ำชี รวมถึงโซนจัดแสดงช้างดึกดำบรรพ์ 8 สกุล จาก 42 สกุลที่พบทั่วโลก ทั้งช้างสี่งา ช้างงาจอบ ช้างงาเสียม และฟอสซิลสัตว์นานาชนิด เช่น เต่ายักษ์ ตะโขง และเอป ลิงไม่มีหางที่มีสายวิวัฒนาการใกล้เคียงกับมนุษย์ที่ถูกจัดให้เป็นชนิดใหม่ของโลก โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
 ทางรถไฟสายมรณะ จ.กาญจนบุรี

ภาพจาก ททท.
คนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟ น่าจะชื่นชอบการไปเยือนทางรถไฟสายมรณะ จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีระยะทางเริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผ่าน จ.กาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย 300 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนี้ใช้เวลาในการสร้างก่อสร้างเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม

           โดยทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น จากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ซึ่งทิวทัศน์ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ซึ่งเส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อยและสิ้นสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตก 77 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่สนใจเที่ยวชมบรรยากาศทางรถไฟสายมรณะแห่งนี้ ทางรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นดังกล่าววัน และมีการจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพมหานคร-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการอีกด้วย
 ตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องผักกาด จ.จันทบุรี
 
 
ที่มาของรูปhttp://www.idotravellers.com/th/index.php/2012-06-09-01-44-24/914-2013-09-26-05-49-53
ใครที่ตั้งใจจะแวะไปเที่ยว จ.จันทบุรี และอยากลองเปิดหูเปิดตากับสินค้านานาชนิดจากประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ต้องลองไปเยือนตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องผักกาด จ.จันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านคลองใหญ่ หมู่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อยู่ห่างจากที่ว่าการ อ.โป่งน้ำร้อน 30 กิโลเมตร โดยในตลาดแห่งนี้จำหน่ายทั้งสินค้าอุปโภค-บริโภค และพืชผลทางการเกษตร เช่น อาหาร เสื้อผ้า หมวก อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ทหาร เป็นต้น

           ส่วนการเดินทางข้ามแดนเข้าไปเที่ยวตลาดในประเทศกัมพูชาจะต้องใช้พาสปอร์ตด้วย โดยสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. โดยตลาดจะคึกคักมากในช่วงเช้า ก่อนคนเริ่มซาในช่วงเย็น ตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องผักกาด จะอยู่ห่างจากกรุงไพลิน 20 กิโลเมตร และห่างจากเมืองพระตะบอง 68 กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 317 ไปทางจังหวัดสระแก้ว แล้วเลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกทับไทร (หน้าโรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน) เข้าเส้นทางหมายเลข 3193 ไปประมาณ 13 กิโลเมตร

 
 อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
 
   
ขอขอบคุณที่มา http://www.idotravellers.com/th/index.php/2012-06-09-01-44-24/914-2013-09-26-05-49-53
รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว :
ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขาม และอำเภอเขาคิชฌกูฏ อุทยานแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรี  สภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายากคือ ไม้กฤษณา มีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระทิง เสือ หมี กวาง เก้ง เลียงผา และนกชนิดต่างๆ   ตามลำห้วยมีปลาพลวง ปลาก้าง ปลาหนวด ปลาดุกรำพัน อาศัยอยู่
สถานที่น่าสนใจในบริเวณอุทยาน ฯได้แก่
-     น้ำตกกระทิง  มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 13 ชั้น ใช้เวลาเดินไป-กลับ 3 ชั่วโมง เล่นน้ำได้ แต่ละชั้นห่างกันราว 20 เมตร ชั้นที่ 8-9 เป็นชั้นที่สวยงามที่สุด ระหว่างทางจะผ่านป่าไผ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด งามยิ่ง นอกจากนี้ยังมีชายหาดขนาดใหญ่ริมธารน้ำตกที่เกิดจากทรายที่ถูกน้ำป่าพัดลงมาเมื่อ ปี พ.ศ. 2542 ลำธารชั้นล่างของน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 100 เมตร
-    ยอดเขาพระบาท ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฎ การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตามถนนลูกรังที่ลาดชันและคดเคี้ยวมาก ระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ระหว่างทางจะมีจุดแวะพักให้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้เป็นปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาทหลวง หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ และหากต้องการจะเดินต่อไปจนถึงเขตผ้าแดง ซึ่งเป็นเขตสิ้นสุดที่สามารถเดินไปได้จะต้องเดินขึ้นเขาต่อ
จากลานพระบาทไปอีก 800 เมตร บนยอดเขาพระบาทซึ่งมีอากาศเย็นสบายนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน เฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปีจะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืนเป็นจำนวนมาก (สำหรับผู้สูงอายุมีไม้เท้าให้เช่า ราคาอันละ 5 บาท และบริการแคร่แบกหามในราคาเที่ยวละ 400 บาท)     การเดินทาง  จากตัวอำเภอเมืองจันทบุรีผ่านแยกเขาไร่ยา ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3249 ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร โดยใช้ทางขึ้นเขาพระบาทพลวง (ทางขึ้นคนละจุดกับอุทยานฯ) เมื่อถึงวัดพระบาทพลวงต้องจอดรถส่วนตัวทิ้งไว้ (มีลานจอดรถไว้บริการ) จากนั้นมีรถสองแถวบริการขึ้นเขาพระบาทออกจากวัดพลวงไปสิ้นสุดที่บริเวณทางขึ้นยอดเขาพระบาท โดยรถที่ขึ้นยอดเขาแบ่งเป็น 2 ช่วง ค่าโดยสารช่วงละ 50 บาท/คน (รวมไป-กลับ 200 บาท) มีรถบริการตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จะถึงจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นไปรอยพระบาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ โทร. 0 3945 2074
-    น้ำตกคลองช้างเซ อยู่ระหว่างทางขึ้นเขาพระบาท ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหมาะแก่การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ โดยเริ่มจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เดินเป็นวงกลมแล้ววนกลับมาที่เดิม ระหว่างทางจะมีคำบรรยายเขียนไว้ ใช้เวลาในการเดินประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทาง 4 กิโลเมตร
-    น้ำตกคลองไพบูลย์,น้ำตกคลองกระสือ เป็นธารน้ำตกขนาดใหญ่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ บรรยากาศร่มรื่น อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ คก. 2 (คลองไพบูลย์) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 8 กิโลเมตร มีลานกางเต็นท์
โทร 0 3945 2074
 ค่าเข้าอุทยานฯ  ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
สถานที่พัก  อุทยานฯ มีบริการบ้านพัก จำนวน 6 หลัง พักได้ 2-8 คน  มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ 3-6 คน และในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ โทร. 0 3945 2074 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th
สถานโบราณคดี มนุษย์โบราณ
เปิดทำการ:ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.
 พระรามราชนิเวศน์ จ.เพชรบุรี

ขอขอบคุณที่มาภาพ ภาพจาก เฟซบุ๊ก พระรามราชนิเวศน์ วังบ้านปืน จังหวัดเพชรบุรี
พระรามราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างอาคารดังกล่าวด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์สำหรับประทับแรมในฤดูฝน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่จากราษฎร และให้จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง

           สำหรับพระรามราชนิเวศน์สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ออกแบบโดย มิสเตอร์คาล เดอริง ชาวเยอรมัน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2452 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท และทรงเปลี่ยนเป็นพระรามราชนิเวศน์เมื่อปี พ.ศ. 2461 ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนผู้กำกับลูกเสือ โรงเรียนฝึกหัดครูเกษตรกรรม และโรงเรียนประชาบาลประจำตำบล ซึ่งปัจจุบันพระรามราชนิเวศน์ได้เปิดประชาชนทั่วไปเข้าชมความงดงามได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 FREE น.

 
 พุทธสถานจีเต็กลิ้ม จ.นครนายก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม นครนายก(Jee Tek Lim)
            เที่ยวชมความงามของศิลปะจีนและร่วมสักการะเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ซิ้งเอี้ย ปางเศรษฐีชัมภล (ปางมหาราช) หรือเจ้าแห่งยักษ์ ซึ่งชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือ โดยพุทธสถานจีเต็กลิ้ม ตั้งอยู่ที่บ้านบางหอย ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก เปิดทำการ เวลา 08.00-16.00 FREE น.

           สำหรับเทพเจ้า ไฉ่ซิ้งเอี้ย ถือเป็นเทพเจ้าที่ให้คุณด้านโชคลาภ ทรัพย์สมบัติและการค้าขาย โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ในการจัดงานตรุษจีนฉลอง 222 ปี ที่เยาวราช ได้มีการอัญเชิญรูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิ้งเอี้ยมาให้ประชาชนสักการบูชาจนทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น และปัจจุบันพุทธสถานจีเต็กลิ้มได้แกะสลักเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ซิ้งเอี้ยจากหยกเขียวน้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม หล่อด้วยโลหะขนาดฐานกว้าง 2 เมตร ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่แกะสลักจากหยกเขียวใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมีรูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิม พระศรีอริยเมตตรัย พระอวโลกิเตศวรพันกร เทพเจ้ากวนอู และเทพเจ้าตามคติความเชื่อของชาวจีนอีกด้วย
 Art in Paradise พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ จ.ชลบุรี

          ผู้ที่ชื่นชอบศิลปะหรืออยากมีมุมถ่ายภาพเจ๋ง ๆ ต้องลองไปเยือน Art in Paradise พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ กันสักครั้ง เพราะ Art in Paradise แห่งนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ Interrative art และ illusion Art ที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ซึ่งตั้งอยู่ถนนพัทยาสายเหนือสายสอง ซอย 1 ต.หนองปรื อ.เมืองบางละมุง จ.ชลบุรี เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น.

           Art in Paradise เป็นพิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ ที่นำเสนองานศิลปะในรูปแบบเหมือนจริงด้วยเทคนิคการเขียนแบบลวงตา (illusion Art) และนำเสนองานศิลปะในรูปแบบ Interactive Art ที่เชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันโพสต์ท่าถ่ายรูปกับงานศิลปะ เพื่อความสนุกสนาน โดยผู้ชมจะดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของภาพที่ถูกวาดไว้ตามมุมต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งงานนี้ไม่ว่าจะเที่ยวกันเป็นคู่หรือเที่ยวกันเป็นแก๊งก็เฮฮาได้ไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล http://travel.kapook.com/view84572.html
- See more at: http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?bookID=2884&read=true&count=true#sthash.800QoLq3.dpuf

















ตารางสภาพอากาศ

ตารางแสดงอุณหภูมิสุงสุด และต่ำสุดของค่าเฉลี่ยประจำวัน โดยแสดงเป็นเซลเซียส และฟาเรนไฮต์

ฤดูร้อน
มีนาคม – มิถุนายน
ฤดูฝน
กรกฎาคม – ตุลาคม
ฤดูหนาว
พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
ภาคกลาง
อุณหภูมิ (C)
อุณหภูมิ (F)

30/20
80/55

32/28
70/65

30/20
80/55
ภาคเหนือ
อุณหภูมิ (C)
อุณหภูมิ (F)

44/46
77/56

28/20
77/56

28/24
65/56
ภาคใต้
อุณหภูมิ (C)
อุณหภูมิ (F)

32/28
70/65

30/20
80/55

44/46
77/56
ภาคตะวันออก
อุณหภูมิ (C)
อุณหภูมิ (F)

28/20
77/56

44/46
77/56

32/28
70/65
ภาคตะวันตก
อุณหภูมิ (C)
อุณหภูมิ (F)

28/24
65/56

30/20
80/55

28/20
77/56
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อุณหภูมิ (C)
อุณหภูมิ (F)

30/20
80/55

44/46
77/56

32/28
70/65